ทางเข้า SBO

ประวัติแบดมินตันในประเทศไทย กีฬาแบดมินตันนั้นได้เริ่มมีการเข้ามาเล่นในประเทศไทยเมื่อปีพ.ศ. 2456 โดยในตอนนั้นจะเป็นการเริ่มเล่นแบดมินตันมีตาข่ายโดยพระยานิพัทยกุลพงษ์ ได้สร้างสนามไว้ที่บ้านของตนซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณคลองสมเด็จเจ้าพระยาธนบุรี จากนั้นแบดมินตันก็เริ่มเล่นกันอย่างแพร่หลายออกไป แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ดี วังเจ้านาย หรือในพระราชสำนักจะเล่นกันเยอะในสมัยนั้น และในช่วงสมัยการเล่นแบดมินตันนั้นจะเล่นกันฝ่ายละ3คน และในเวลาต่อมาไม่นานนักในช่วงพ.ศ. 2462 สโมสรกลาโหมได้ทำการจัดการแข่งขันแบดมินตันทั่วไปขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจัดแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ซึ่งก็ได้แก่ ประเภทเดี่ยว ประเภทคู่ และประเภททีม3คน และทีมที่ได้รับชัยชนะคือบางขวางนนทบุรี กีฬาแบดมินตันนั้นจะมีผู้เล่นที่มีฝีมือเดินทางมาจากที่ต่างมาแข่งขันอยู่บ่อยๆ

ในปีพ.ศ.2494 ก็ได้มีการก่อตั้งสมาคมขึ้นโดยมีชื่อว่าสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในครั้งแรกนั่นจะตั้งอยู่ทั้งหมด 7 สโมสร คือสโมสรสมานมิตร สโมสรบางกอก สโมสรนิวบอย สโมสรสิงห์อุดม สโมสรส.ธรรมภักดี สโมสรยูนิตี้ และสโมสรศิริบำเพ็ญบุญ แต่ในปัจจุบันนี้เหลือเพียงแค่ 2 สโมสร คือสโมสรนิวบอยและสโมสรยูนิตี้ และในปีเดียวกันสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกด้วย ซึ่งในสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยนั้นมีนักกีฬาแบดมินตันฝีมือดีๆอยู่มากมายและพร้อมที่จะลงแข่งขันตลอดเวลาด้วย ซึ่งกีฬาแบดมินตันก็นับว่าเป็นที่นิยมทั้งในหมู่คนระดับสูงและชาวบ้านธรรมดากันเลยทีเดียว แถมยังช่วยสร้างความสนุกสนานและความสามัคคีได้ดีอีกด้วย

ประวัติกีฬาเทเบิลเทนนิส

เท่าที่เราได้ทำการค้นคว้าประวัติกีฬาเทเบิลเทนนิสเป็นกีฬาที่เริ่ทเล่นประเทศอังกฤษเมื่อครั้งป ีพ.ศ. 1890 ในการเริ่มเล่นครั้งแรกนั้นมีอุปกรณ์จะมีอุปกรณ์คือไม้หนังสัตว์ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆกับไม่เทนนิสในปัจจุบัน แต่ไม้เทนนิสนั้นจะมีการขึงด้วยเส้นเอ็นแต่ไม้เทเบิลเทนนิสจะขึงด้วยแผ่นหนังสัตว์หุ้มไว้แทน ส่วนลูกที่ใช้ในการตีก็จะเป็นลูกเซลล์ลูลอยด์เพราะเวลาตีแล้วลูกกระทบกับพื้นก็จะไม่มีเสียงดังปิกป๊อก จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าปิงปองนั่นเองแต่ในเวลาต่อมากีฬาเทเบิลเทนนิสก็ได้มีวิวัฒนาขึ้นโดยดารเปลี่ยนจากการหุ้มด้วยหนังสัตว์มาเป็นแผ่นไม้แทน กีฬาเทเบิลเทนนิสมีการเล่นกันอย่างแพร่หลายในยุโรปก่อน แล้วจึงแพร่หลายไปสู่ทวีปและประเทศอื่น

ต่อมาในปี ค.ศ. 1900 เริ่มมีการเปลี่ยนมาเล่นด้วยไม้ที่มีการติดยางเม็ดจึงเริ่มมีการเล่นที่สนุกสานมากขึ้น มีการเล่นทั้งแบบรุกและแบบรับ ทำให้มีการเล่นที่มีบทบาทมากยิ่งขึ้นแต่ในยุคนี้การเล่นนั้นจะมีอุปกรณ์ไม้ที่ใช้ตีนั้นจะคล้ายๆกับไม้ตีในยุคปัจจุบัน วิธีการเล่นก็เช่นเดียวกันคือมีทั้งการเล่นแบบรุกและการเล่นแบบรับ ในยุคสมัยนั้นต้องยอมรับว่ายุโรปเป็นศูนย์รวมของกีฬาปิงปองอย่างแท้จริง ระยะเวลาผ่านไปนักกีฬาญี่ปุ่นได้แก่ตัวลงในขณะที่นักกีฬารุ่นใหม่ได้เริ่มฉายแววความเก่งขึ้นสามารถคว้าชัยชนะได้มากมายแต่ในปี1973 ทีมสวีเดนได้คว้าแชมป์โลกจึงทำให้ยุโรปมีความมั่นใจในวิธีการเล่นของตนมากยิ่งขึ้น ดังนี้นจึงทำให้นักกีฬายุโรปและเอเซียเป็นคู่แข่งที่สำคัญในขณะที่นักกีฬากลุ่มชาติอาหรับและลาตินอเมริกาก็มีความเจริญก้าวหน้าทางกีฬาอย่างรวดเร็วเช่นกัน