ทางเข้า SBO

ประวัติลีลาศในประเทศไทย สำหรับกีฬาลีลาสในประเทสไทย ยังไม่มีหลักฐานว่าเข้ามาตั้งแต่สมัยใด แต่จากการสันนิษฐานเชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีหม่อมแอนนาเป็นผู้ศึกษาและค้นคว้า และต่อมาลีลาศก็ค่อย ๆ เป็นที่นิยมขึ้นเรื่อย ๆ ในสมัย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และมีการจัดตั้ง สมาคมสมัครเล่นเต้นรำ ขึ้นใน พ.ศ. 2475 โดยมี หม่อมเจ้าไวทยากร วรวรรณ เป็นประธาน และจัดการแข่งขันเต้นรำขึ้นครั้งแรกที่ วังสราญรมย์ โดยมี พลเรือตรี เฉียบ แสงชูโต และ คุณประนอม สุขุม เป็นผู้ชนะ และคำว่า “ลีลาศ” ก็ได้บัญญัติครั้งแรกในปี พ.ศ. 2476 และเกิด สมาคมครูลีลาศแห่งประเทศไทย ขึ้นมาแทน สมาคมสมัครเล่นเต้นรำ หลังจากนั้นได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น การเต้นลีลาศได้ซบเซาลง แต่ก็กลับมาอีกในปี พ.ศ. 2488 และได้จดทะเบียนสมาคมในวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2491 ชื่อว่า สมาคมลีลาศแห่งประเทศไทย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

กติกาของลีลาศ

1. ผู้แข่งขัน กำหนดให้เป็นคู่เต้น ผู้ชาย 1 คน และผู้หญิง 1 คน

2. การให้คะแนน จะดูกันที่ การเต้นต้องลงจังหวะกับดนตรี และ ดูจากพื้นฐานของการเต้นว่าถูกต้องหรือไม่ ดูการทรงตัวว่า มีความสัมพันธ์กับคู่เต้นหรือ ดูจากการเคลื่อนไหวต้องให้พริ้วไหว สวยงาม การออกแบบการแสดง การเลือกดนตรีประกอบ และการเปลี่ยนท่าทางในช่วงต่อจังหว่ะ การใช้เท้าในการเคลื่อนไหว ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ การใช้พื้นที่ฟลอร์ในการเต้น จะต้องหลบหลีกคู่เต้นอื่น และไม่ไปรบกวนการเต้นของผู้อื่นด้วย ซึ่งจากส่วนประกอบต่าง ๆ ในการให้คะแนน จะมีสัดส่วนที่เท่ากัน

ประวัติลีลาส โดยแบ่งตามจังหวะ กีฬาลีลาศ เป็นกีฬาที่เน้นความสวยงามพริ้วไหวของผู้เต้น โดยกีฬาชนิดนี้เริ่มต้นในชนชั้นสูงทางฝั่งตะวันตก และนิยมใช้การเต้นรำเป็นกิจกรรมในงานสังคม ซึ่งจะมีต้นกำเนิดแตกต่างกัน ดังนี้

ประเภทสแตนดาร์ด

1. จังหวะแทงโก้ (Tango) ได้ดัดแปลงมาจากจังหวะ มิลองก้า (Milonga) ที่ใช้เต้นกันในโรงละครเล็ก ๆ เมื่อชนชั้นสูงจากบราซิลไปพบเข้า จึงมีการนำมาเต้นรำกันและเปลี่ยนเป็นจังหวะแทงโก้ (Tango) ในที่สุด

2.จังหวะวอลซ์ (Waltz) เกิดขึ้นที่บอสตันคลับ ในประเทศอังกฤษ มีชื่อเรียกว่า บอสตัน วอลซ์ (Boston Waltz) ก่อนที่จะเสื่อมสลายลงไป และกลับมาอีกหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยถูกดัดแปลงท่าเต้นให้เข้ากับยุคสมัย

3.จังหวะแซมบ้า (Samba) กำเนิดจากแอฟริกา แต่ถูกนำมาพัฒนาจนเป็นที่นิยมในประเทศบราซิล

4.จังหวะรุมบ้า (Rumba) เกิดในประเทศอเมริกาโดยทาสชาวแอฟริกัน และถูกพัฒนากันต่อได้รับการยอมรับในที่สุด

5.จังหวะแมมโบ้ (Mambo) เกิดขึ้นโดยเป็นการผสมผสานการเต้นในแบบ แอฟริกัน-คิวบัน และนิยมเต้นกันในคิวบา จากนั้น เปเรซ ปราโด (Perez Prado) นักดนตรีชาวคิวบา นำเอาจังหวะนี้มาเล่นในประเทศเม็กซิโก และได้รับการบันทึกเป็นแผ่นเสียง ในที่สุด

6. จังหวะ ชะ ชะ ช่า (Cha Cha Cha) ถูกพัฒนาขึ้นมาจากจังหวะแมมโบ้ (Mambo) ซึ่งเกิดจากการเลียนเสียงรองเท้ากระทบพื้นขณะเต้นรำ ซึ่งครั้งแรกเกิดที่ประเทศอเมริกา และแพร่หลายไปยังแถบยุโรป จากนั้นจึงได้ตัดทอนชื่อลงเป็น ชาช่า (Cha Cha) แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงเคยชินกับ ชะ ชะ ช่า (Cha Cha Cha) อยู่นั่นเอง และนิยมเรียกแต่ชื่อนี้